น้ำมันหอมระเหย คืออะไร ออกฤทธิ์อย่างไร ?

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
น้ำมันหอมระเหย คือ

น้ำมันหอมระเหย

นิยมใช้เป็นหนึ่งในศาสตร์ของแพทย์ทางเลือกโดยใช้สารสกัดจากพืชเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี
ซึ่งบทความนี้จะอธิบาย ในสิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องทราบเกี่ยวกับ น้ำมันหอมระเหย

 

น้ำมันหอมระเหย คืออะไร ?

น้ำมันหอมระเหย เกิดจากสารประกอบต่างๆภายในพืช ซึ่ง น้ำมันหอมระเหย จะเป็นตัวแสดง
คุณลักษณะของพืช นั้นๆ เช่น กลิ่น หรือ รสต่างๆ โดย กระบวนการผลิต น้ำมันหอมระเหย
นั้นมีหลากหลายวิธี เช่น ผ่านกระบวนการสกัด ไอน้ำ หรือ การสกัดแบบเชิงกล การสกัดเย็น เป็นต้น
เมื่อผ่านกระสกัดออกมา น้ำมันหอมระเหย จะออกมาผสมร่วม กับ น้ำมันเบส เพื่อที่จะทำมาใช้
ในเชิงอุสาหกรรมต่อไป วิธีการสกัด น้ำมันหอมระเหย นั้นมีความสำคัญ เนื่องจากน้ำมันหอมระเหย
ที่ถูกสังเคราะห์ผ่านกระบวนการทางเคมี ไม่ถือว่าเป็น น้ำมันหอมระเหย จากธรรมชาติแท้ และไม่มี
คุณสมบัติในการบำบัดสุขภาพ

 

น้ำมันหอมระเหยทำงานอย่างไร ?

น้ำมันหอมระเหย นิยมนำมาใช้เชิง Aromatheraphy ผ่านการสูดดม น้ำมันหอมระเหย ไม่แนะนำ
สำหรับรับประทานเกินขนาด เนื่องจาก  สารเคมี ( Aromatic Substant ) ใน น้ำมันหอมระเหย
สามารถทำ ปฏิกิริยากับร่างกายของคุณได้หลายวิธี  สารเคมีจากพืชบางชนิต จะถูกดูดซึมเข้าทางร่างกายได้
ผ่านการ ดม ทา และ รับประทาน และเข้าสู่กระแสเลือด

 

การสูดดมกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหย

สามารถกระตุ้นส่วนต่างๆของระบบลิมบิก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่ควบคุม อารมณ์พฤติกรรมความรู้สึก
มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับรู้ของกลิ่นและความจำระยะยาว ที่น่าสนใจคือระบบลิมบิกมีส่วนเกี่ยวข้องอย่าง
มากในการสร้างความทรงจำ บางส่วนสามารถอธิบายได้ว่าทำไมกลิ่นที่คุ้นเคยจึงสามารถกระตุ้นความทรงจำ
หรืออารมณ์ได้ เนื่องจากระบบลิมบิกมีบทบาทในการควบคุมการทำงานทางสรีรวิทยาหลายอย่าง เช่นการหายใจ
อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ด้วยเหตุนี้บางคนจึงอ้างว่าน้ำมันหอมระเหยสามารถส่งผลทาง
กายภาพต่อร่างกายของคุณได้

 

สรุปได้ว่า

น้ำมันหอมระเหยสามารถสูดดมหรือเจือจางและใช้กับผิวหนังได้ อาจกระตุ้นความรู้สึกของกลิ่น
หรือมีฤทธิ์ทางยาเมื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

 

น้ำมันหอมระเหยยอดนิยม

มี น้ำมันหอมระเหย มากกว่า 90 ชนิดแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
• Peppermint : ใช้เพื่อเพิ่มพลังงานและช่วยย่อยอาหาร
• Lavender : ใช้เพื่อคลายเครียด
• Sandal Wood : ใช้ในการสงบประสาทและช่วยในการโฟกัส
• Bergamot : ใช้เพื่อลดความเครียดและปรับปรุงสภาพผิวเช่นกลาก
• Rose : ใช้เพื่อปรับปรุงอารมณ์และลดความวิตกกังวล
Chamomile : ใช้เพื่อปรับปรุงอารมณ์และความผ่อนคลาย
• Ylang Ylang : ใช้รักษาอาการปวดหัวคลื่นไส้และสภาพผิวหนัง
• Tea Tree: ใช้ต่อสู้กับการติดเชื้อและเพิ่มภูมิคุ้มกัน
• Jasmine: ใช้เพื่อช่วยในเรื่องภาวะซึมเศร้าการคลอดบุตรและความใคร่
• Lemon: ใช้เพื่อช่วยในการย่อยอาหารอารมณ์ปวดหัวและอื่น ๆ

ประโยชน์ต่อสุขภาพของน้ำมันหอมระเหย

แม้ว่าน้ำมันหอมระเหยจะถูกใช้อย่างแพร่หลายมาอย่างยาวนาน ก็มีคนจำนวนน้อยนัก
ที่จะทราบถึงคุณประโยชน์ในด้านการนำมาใช้รักษาสุขภาพบางอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

1. ช่วยลดความเครียด และ อาการวิตกกังวล

มีการประเมินว่า 43% ของผู้ที่มีความเครียด และ วิตกกังวล ที่ใช้การบำบัดทางเลือก เพื่อบรรเทาอาการ
ผลการทบสอบเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยที่นำมาใช้ พบว่าค่อนข้างเป็นบวก หลายคนแสดงให้เห็นว่า
กลิ่นของน้ำมันหอมระเหย บางชนิดสามารถทำงานควบคู่ไปกับ การรักษาแผนโบราณอีกด้วย

 

2. ปวดหัวและไมเกรน

ในช่วงทศวรรษที่ 90 การศึกษาเล็ก ๆ พบว่าการใช้ น้ำมันเปปเปอร์มิ้นต์ ผสมกับ เอทานอลที่หน้าผากและขมับ
ของผู้เข้าร่วมช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ และ การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าอาการปวดศีรษะลดลงหลังจาก
ใช้น้ำมันเปปเปอร์มิ้นต์ แล ะลาเวนเดอร์กับผิวหนัง ยิ่งไปกว่านั้นมีการแนะนำว่าการใช้ส่วนผสมของ
ดอกคาโมไมล์ และน้ำมันงา ที่ขมับ อาจช่วยรักษาอาการปวดหัวและไมเกรนได้ นี่คือวิธีการรักษาอาการ
ปวดหัวแบบดั้งเดิมของชาวเปอร์เซีย

 

3. การนอนหลับ

น้ำมันลาเวนเดอร์มีกลิ่นที่ช่วยให้เพิ่มระดับคุณภาพการนอนหลับของสตรีหลังคลอดบุตรและผู้ป่วยโรคหัวใจ
บทวิจารณ์หนึ่งได้ตรวจสอบการศึกษา 15 เรื่องเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยและการนอนหลับ
การศึกษาส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่า การได้กลิ่นน้ำมันซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมันลาเวนเดอร์มีผลดี
ต่อพฤติกรรมการนอนหลับ

 

4. ลดอาการอักเสบ

น้ำมันหอมระเหยอาจช่วยต่อสู้กับภาวะอักเสบได้ จากผลการทดสอบกับ ผู้เข้าร่วมทดลอง พบว่า
การใช้น้ำมันหอมระเหย นั้นมีผลลดการอักเสบได้จริง ในการทดลองกับหนู พบว่าการรับประทาน
น้ำมันหอมระเหยไธม์ และออริกาโน ร่วมกัน ช่วยกระตุ้นให้อาการลำไส้ใหญ่บวมทุเลาลง
การศึกษาหนูสองตัวเกี่ยวกับ น้ำมันคาราเวย์ และ โรสแมรี่ พบผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน

 

5. ยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพ

เนื่องจากการเพิ่มขึ้นและการกลายพันธุ์ของแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ทำให้เกิดผลการทดลองค้นหา
สารประกอบอื่นๆที่สามารถนำมาต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย การศึกษาทดลองได้ตรวจสอบ
น้ำมันหอมระเหย พบว่า น้ำมันเปปเปอร์มินต์ และ น้ำมันทีทรี ซึ่งมีผลต่อการต้านจุลชีพได้ดี

 

6. การใช้งานอื่น ๆ

น้ำมันหอมระเหยมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากอโรมาเทอราพี หลายคนใช้เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมในบ้าน
หรือเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน นอกจากนี้ยังใช้เป็นกลิ่นธรรมชาติในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์
จากธรรมชาติคุณภาพสูง ยิ่งไปกว่านั้นมีการแนะนำว่า น้ำมันหอมระเหย สามารถเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี นอกจากนี้คุณสมบัติของ น้ำมันหอมระเหย ยังบ่งชี้ว่า
บางส่วนสามารถใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร

 

วิธีการเลือกน้ำมันหอมระเหยที่เหมาะสม

หลาย บริษัท อ้างว่าน้ำมันของตน “บริสุทธิ์” หรือ “เกรดทางการแพทย์” อย่างไรก็ตามคำศัพท์เหล่านี้
ไม่ได้รับการรองรับจาก FDA เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพ
ดังนั้นเราจะพบว่าคุณภาพของน้ำมันหอมระเหย ในตลาดจะแตกต่างกันไป บางอย่างแท้ บางอย่างปลอม บางอย่างเจือจางมา
แต่เคลมว่าเป็น น้ำมันหอมระเหยแท้ 100% ( Essential Oil )

 

วิธีการเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยคุณภาพสูง

1. ความบริสุทธิ์

ค้นหาน้ำมันที่มีเฉพาะสารประกอบพืชที่มีกลิ่นหอมโดยไม่มีสารเติมแต่งหรือน้ำมันสังเคราะห์
น้ำมันบริสุทธิ์มักระบุชื่อทางพฤกษศาสตร์ของพืช (เช่นLavandula officinalis ) มากกว่าคำว่า “น้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์”

 

2. คุณภาพ

น้ำมันหอมระเหยแท้เป็นน้ำมันที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดในกระบวนการสกัด ซึ่งจะสกัดผ่านการกลั่นหรือ การบีบเย็นเชิงกล
หรือการใช้ Solvent ต่างๆ อ่านรายละเอียดการสกัดเพิ่มเติมคลิก

 

3. ชื่อเสียง

ซื้อแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในการผลิตสินค้าคุณภาพสูง มีที่มาที่ไป มีฉลากระบุ วิธีการสกัด และ แหล่งที่มาของพืชอย่างชัดเจน