8 ข้อดีของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Lavendar Essential Oil_น้ำมันหอมระเหย_ลาเวนเดอร์

คุณประโยชน์ของลาเวนเดอร์มีมากมายนอกเหนือคุณประโยชน์ที่เป็นที่รู้จักอย่างการช่วยลดความเครียด สร้างอารมณ์ผ่อนคลาย น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์มีประโยชน์อะไรอีกบ้าง? เราจะพาคุณมาทำความรู้จักน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ให้มากขึ้นไปด้วยกัน

จากองค์ประกอบสำคัญของลาเวนเดอร์ พบว่า มี สาร Linalyl acetate, Linalool, Limonene, Camphor, Cineole และ Borneol ซึ่งหากทราบว่าองค์ประกอบแต่ละอย่างมีประโยชน์อย่างไรบ้าง นั่นก็คือคุณประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์นั่นเอง

1.ช่วยในการนอนหลับ

โรคนอนไม่หลับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายคน ถึงแม้ว่าการลดคาเฟอีนและออกกำลังกายมากขึ้น อาจช่วยให้นอนหลับได้ แต่บางครั้งก็ใช้ไม่ได้ผล โดยมีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Association of Critical Nurses เดือนมีนาคม 2560 พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์เป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้นอนหลับได้ดี และช่วยให้หลับสนิทตลอดคืนอีกด้วย

ลาเวนเดอร์มีเปอร์เซ็นต์ของ Linalyl acetate สูงเช่นเดียวกับมะกรูด ส่วนประกอบนี้สนับสนุนคุณสมบัติในการลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

 

2.รักษาสิว ผิวอักเสบ

นักเคมีชาวฝรั่งเศส ชื่อ Rene-Maurice Gattefosse เขาใช้น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ ในการรักษาแผล ผิวอักเสบมาอย่างยาวนาน พบว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ ช่วยให้แผลไฟลวกหายเร็วขึ้นและไม่เป็นแผลเป็น
ในปี 1937 เขาได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ Aromatherapy และในขณะเดียวกัน ก็มีหนังสือชื่อ Fragrant and Radiant Healing Symphony ซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษโดย Roland Hunt ได้ใช้คําว่า Aroma-therapy เช่นกัน

 

3.ลดความเจ็บปวด

มีการศึกษาพบว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ 2% ที่เจือจางในน้ำ จะช่วยลดอาการปวดหลังการผ่าตัดได้ดี เนื่องจากมีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ มีสาร polysaccharide ซึ่งมีความสามารถในการรักษาอาการอักเสบ รวมถึงโรคข้อต่ออักเสบและโรคไขข้อได้ และยังพบว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ มีสาร linalyl acetate และ linalool ซึ่งเป็นสารต้านการอักเสบที่พบในน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด

 

4.ลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ

ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง จะทำให้ความเครียดในหัวใจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และหัวใจวายได้ โดยใน ปี 2560 มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Iranian Journal of Pharmaceutical Research พบว่าหลังจากผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดได้สูดดมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ มีความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

5.บรรเทาอาการของโรคหอบหืด

เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงอาจจะช่วยบรรเทาอาการของโรคหอบหืดได้ด้วย ซึ่งมีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Life Sciences เดือนกรกฎาคม 2557 พบว่า น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจ บรรเทาอาการอักเสบในหนูทดลองได้ จึงนำมาใช้บรรเทาโรคหอบหืดได้เช่นกัน

 

6.ควบคุมอารมณ์ให้คงที่

มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Chinese Medical Association เดือนกันยายน 2559 พบว่าการใช้กลิ่นบำบัดจากน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ประมาณ 20 นาที วันละ 2 ครั้ง จะช่วยควบคุมอารมณ์ให้คงที่ได้ ในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ที่มีอาการในควบคุมอารมณ์ไม่คงที่ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการรักษาความสัมพันธ์ของผู้คนที่เกี่ยวข้องได้

 

7.ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อรา

มีงานวิจัยจำนวนมากพบว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบางชนิด เช่น  C. albicans นั่นหมายความว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์สามารถใช้รักษาเท้าและกลากเกลื้อนที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราได้อีกด้วย

 

8.ลดความเครียด

มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่าลาเวนเดอร์ มีผลดีต่ออารมณ์ความเครียด ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ตัวอย่างเช่น งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Complementary Therapies in Medicine เดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่าอาการ PMS* ในผู้หญิงก่อนเป็นประจำเดือนดีขึ้นเมื่อสูดดมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Nursing Practices เดือนตุลาคม 2560 พบว่าการนวดกดจุดด้วยน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ ก็ส่งผลดีต่อจิตใจเป็นอย่างมาก โดยจะช่วยลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้นั่นเอง

*PMS หรือ Premenstrual Syndrome เป็นอาการทางกาย พฤติกรรม และอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการมีประจําเดือน อาจมีอาการได้ถึง 2 สัปดาห์ก่อนการมีประจําเดือน อาการจะดีขึ้นและหมดไปเมื่อประจําเดือนมา 2–3 วัน

 

จะเห็นได้ว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์มีสรรพคุณดีๆมากมาย กลิ่นหอมช่วยให้ผ่อนคลาย รู้สึกสบายเหมือนอยู่ในสปา ทั้งยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย