วิธีการสกัดน้ำมันหอมระเหยในรูปแบบต่างๆ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
สกัดน้ำมันหอมระเหย

คำจำกัดความของคำว่าน้ำมันหอมระเหยคือ?

ส่วนที่ระเหยได้ของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งสามารถหาได้จากการกลั่นการกลั่นด้วยไอน้ำ หรือกระบวนการสกัดเย็น น้ำมันหอมระเหยได้มาจากส่วนต่างๆของพืช น้ำมันหอมระเหย แสดงออกถึง เอกลักษณ์ และลักษณะเด่นของพืชนั้นๆ การสกัดน้ำมันหอมระเหย ไม่ว่าจะวิธีการใดๆ จะต้องเลือกพืชมาจากส่วนต่างๆ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ กิ่งไม้แก่นไม้ เปลือกไม้สมุนไพร ทั้งต้นส่วน รากเหง้าและยางไม้  สารสกัดอยู่ในถุงเก็บน้ำมัน ของส่วนต่างๆเหล่านี้ และวิธีการสกัดคือการที่สกัดเพื่อที่จะนำน้ำมันจากถุงเก็บน้ำมันเหล่านี้ออกมา

 

เพื่อที่จะได้น้ำมันหอมระเหยออกมา

พืชจะต้องถูกสกัดผ่านการกลั่นหรือการสกัดเย็น และการกลั่นนั้นจะ มีน้ำและไอน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ และยังมีวิธีการหีบเย็น (Cold Press, Expression)

 

การสกัดด้วยการกลั่น

  • Steam Disrillation คือการที่ใช้พืชที่ต้องการกลั่นใส่ในหม้อ และให้ความร้อนกับน้ำเป็นตัวนำพาน้ำมันออกจากพืชออกมาในรูปแบบไอน้ำ ไอน้ำจะนำพาน้ำมันหอมระเหยออกมาผ่านท่อที่มีระบบทำความเย็นเพื่อให้เกิดการควบแน่นและเกิดเป็นหยดน้ำออกมา เราก็จะได้ทั้ง น้ำมันหอมระเหย และ น้ำที่มีกลิ่นหอม เรียกว่า Hydrosal
  • Hydro-distillation การต้มกลั่นคือกระบวนการที่ใช้วัสดุทางพฤกษศาสตร์แช่ในน้ำ มักใช้กับพืชประเภทเปลือกไม้ หรือ แก่นไม้
  • Vacumn Distillation  การกลั่นในหม้อสูญญากาศ คือการต้มในหม้อระบบปิด และใช้ความร้อนน้อยกว่าทำให้คงคุณภาพของน้ำมันหอมระเหยได้อย่างดีเยี่ยม แต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากในกระบวนการผลิตนี้

 

การสกัดเย็น

  • Cold Expression หรือการบีบเย็น กระบวนการนี้นิยมใช้สำหรับตระกูล Citrus (ส้ม มะนาว เกรปฟรุ๊ต ) โดยทั่วไปเครื่องจะทำการปอกเปลือกและบด ในขณะที่น้ำผ่านวัตถุเพื่อทำความสะอาด และนำไปแยกน้ำและเปลือกออกจากน้ำมัน ซึ่งทำได้โดยการส่งผ่านตะแกรง จากนั้นส่งไปยังเครื่องปั่นแยกที่มีการปั่นด้วยความเร็วสูงมากเพื่อแยกน้ำมันและน้ำ แล้วเราก็จะได้ทั้ง น้ำมันเบส ( Base Oil, Carrier Oil ) และ น้ำมันหอมระเหย ( Essential Oil ) ปนๆกันออกมา และถ้าหากพืชมีการเคมี และนำมาสกัดด้วยวิธีการนี้ ก็อาจจะมีสารปนเปื้อนออกมารวมกันได้

 

การหุงน้ำมัน

คือการใช้น้ำมันดึงน้ำมัน ตัวอย่างเช่น เราใช้น้ำมันพืช ( Base Oil ) กับ พืชที่เราต้องการสกัดนำไปแช่รวมกันและหมักไว้ แล้วนำไปตากแดด วิธีนี้เราจะได้น้ำมันหอมระเหยที่ละลายอยู่ในน้ำมัน

 

การสกัดด้วยสารเคมี (Solvent)

1. ใช้ตัวทำละลายประเภท เฮกซีน

ขั้นตอนที่ 1 :พืชจะถูกบดในถังตัวทำละลาย แล้วเราจะได้ของแข็งที่เรียกว่า Crude และนำไปไล่สารละลายออกมาก็จะได้สิ่งที่เรียกว่า Concrete 

ขั้นตอนที่ 2 : ตอนนี้ต้องแยกน้ำมันหอมระเหยออก Concrete การแยกทำได้โดยการผสมคอนกรีตกับเอทานอล การทำเช่นนี้แว็กซ์จะรวมตัวกันและแยกตัวจากแอลกอฮอล์ แล้วจึงทำให้แอลกอฮอล์ระเหยออกคงเหลือไว้แค่น้ำมันหอมระเหยเราเรียกน้ำมันที่ได้ว่า Absolute (มันก็คือ Essential Oil ที่ได้มาจากการสกัดด้วยสารเคมีนั่นแหละค่ะ)

  • Absolute อาจจะมีสารตกค้างจากตัวทำละลาย หรือมีปริมาณสิ่งตกค้างเล็กน้อยที่ไม่สามารถสกัดแยกออกมาได้จึงอาจทำให้เกิด อาการแพ้ หรือ ระคายเคืองได้ จะมีความบริสุทธิ์น้อยกว่าการสกัดด้วยการกลั่น

2. การสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์

เป็นสารสกัดอะโรมาติกที่สกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์เหลว สารสกัด Co2 ค่อนข้างใหม่แต่ มีประสิทธิภาพสูง ในด้านอโรมาเทอราพี วิธีการคือใช้คาร์บอนไดออกไซด์เหลว กับแรงดันที่สูงเพื่อทำละลายกับ สารระเหยภายในพืชให้ละลายออกมา แล้วให้คาร์บอนไดออกไซด์เหลวระเหิดในสภาวะปกติ ก็จะเหลือเพียงแค่น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ วิธีนี้เป็นวิธี ที่ดีที่สุด และ มีความบริสุทธิ์มากที่สุด ไม่ต้องใช้ความร้อน แต่ต้นทุนการผลิตจะสูงกว่าวิธีอื่นๆ

3. การสกัดด้วย แอลกอฮอล์

วิธีการนี้คือการนำพืชมาละลายในแอลกอฮอล์โดยใช้สัดส่วนต่อน้ำหนักพืช 20 ส่วน ต่อ แอลกอฮอล์ 80 ส่วน เราเรียกว่า ทิงเจอร์ ( Tincture )